ทำไมเลเซอร์กำจัดขนไม่หายในครั้งเดียว? เข้าใจวงจรขน และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

หลายคนทำเลเซอร์กำจัดขนครั้งแรกแล้วสงสัยว่า ทำไมผ่านไปสองสามสัปดาห์ขนยังขึ้นมาอีก
คำตอบคือ เลเซอร์ไม่ได้ไม่ได้ผล แต่ขนแต่ละเส้นอยู่คนละช่วงของวงจรชีวิต และเลเซอร์จะได้ผลดีที่สุดกับขน
ที่อยู่ในช่วงกำลังเติบโตเท่านั้น เลเซอร์กำจัดขนทำงานอย่างไร ?​
แสงเลเซอร์จะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินในเส้นขน แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนลงไปทำลายรากขน
และต่อมรูขุมขน เมื่อรากขนเสียหาย ขนเส้นนั้นจะหลุดออกและงอกเส้นใหม่ช้าลง
ขนาดเล็กลง แต่จุดสำคัญคือ เลเซอร์จะทำงานได้ดีเมื่อเส้นขนยังเชื่อมต่อกับรากขนอยู่
ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ขนกำลังงอก ดังนั้นการกำจัดขนด้วยเลเซอร์จึงจำเป็นต้องทำหลายครั้ง (multiple treatment sessions)
โดยเว้นระยะให้เหมาะสมกับวงจรการเจริญเติบโตของเส้นขน เพื่อให้สามารถรักษาเส้นขนที่เข้าสู่ระยะ Anagen ในรอบถัด ๆ ไปได้
ในทางการแพทย์จึงนิยมใช้คำว่า Long-term Hair Reduction มากกว่าการรับประกันว่าสามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร 100%

ขนมีวงจรชีวิต 3 ช่วง


ช่วงเจริญเติบโต (Anagen) 2-6 ปี ขนกำลังงอกและยังติดกับราก เป็นช่วงเดียวที่เลเซอร์ได้ผลดีที่สุด
ช่วงหยุดเติบโต (Catagen) 3 สัปดาห์ ขนเริ่มแยกตัวจากราก เลเซอร์ส่งความร้อนลงไปถึงรากได้น้อย
ช่วงพักตัว (Telogen) 3 เดือน ขนเก่าหลุดไป รากขนพักตัวก่อนจะสร้างเส้นใหม่ ช่วงนี้เลเซอร์แทบไม่มีเป้าหมายให้ทำงาน

ในแต่ละช่วงเวลา ขนบนผิวเราอยู่ปะปนกันทั้ง 3 ช่วง การยิงเลเซอร์แต่ละครั้งจึงจัดการได้เฉพาะขนกลุ่มที่กำลังเติบโตอยู่ตอนนั้น
ส่วนขนที่พักตัวอยู่จะค่อยๆ งอกขึ้นมาในภายหลัง และต้องรอเลเซอร์ครั้งถัดไป

ต้องทำกี่ครั้ง และห่างกันเท่าไร
โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 6–12 ครั้ง เว้นห่างกันราว 4–6 สัปดาห์ ตามบริเวณที่ทำ
– ใบหน้า เช่น หนวด เครา ขนหมุนเวียนเร็ว มักมีช่วงระยะเว้นห่างสั้นกว่า
– รักแร้ แขน บิกินี่ มักเว้นห่างประมาณ 4–6 สัปดาห์
– ขา หลัง ขนหมุนเวียนช้า มักเว้นห่างนานกว่า
จำนวนครั้งที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สีและความหนาของเส้นขน สีผิว ฮอร์โมน และความสม่ำเสมอ
ในการเข้ารับการรักษา หรือในกรณีที่ สีผิวใกล้เคียงกับสีของเส้นขนมาก อาจทำให้เลเซอร์แยกเป้าหมายของเส้นขนได้ยากขึ้น
และอาจจำเป็นต้องใช้ จำนวนครั้งมากกว่ากรณีทั่วไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนค่ะ

หลังทำแต่ละครั้ง จะเห็นอะไร ?


ขนที่โดนเลเซอร์จะไม่หลุดทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ ร่วงตามลำดับดังนี้

  • วันที่ทำ – 3 วันแรก: ผิวอาจแดงเล็กน้อย หรือมีตุ่มนูนเล็กๆ รอบรูขุมขน มักยุบเองใน 1–2 วัน ตอนนี้ยังเห็นตอขนอยู่ตามปกติ
  • ประมาณวันที่ 5–28 : ช่วงขนร่วง ขนที่รากถูกทำลายจะค่อยๆ ถูกดันออกมา ดูเหมือนขนยังยาวขึ้น
    แต่เมื่อเช็ดตัวหรืออาบน้ำ ขนจะหลุดออกง่าย
  • ประมาณสัปดาห์ที่ 3-4: ช่วงผิวเนียน ขนส่วนที่โดนเลเซอร์ร่วงเกือบหมดแล้ว ผิวดูเกลี้ยงขึ้นชัดเจน
  • ประมาณสัปดาห์ที่ 4–6: ขนที่เคยพักตัวอยู่เริ่มงอกใหม่ นี่คือสัญญาณว่าถึงเวลาทำครั้งถัดไป ไม่ใช่เลเซอร์ไม่ได้ผล
    ช่วงขนร่วง ห้ามถอนหรือแว็กซ์ขนที่ค้างอยู่ ถ้าอยากให้หลุดเร็วขึ้น หลังทำ 1 สัปดาห์ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเบาๆ
    ขณะอาบน้ำได้ และก่อนนัดครั้งถัดไปสามารถโกนขนเพื่อเตรียมตัวได้ 1-2 วันก่อนการทำเลเซอร์
    ผลเมื่อทำการรักษาต่อเนื่องด้วยการเลเซอร์ หลังครั้งที่ 3-5 เริ่มเห็นว่าจำนวนขนขึ้นน้อยลง หรือขนาดเส้นเล็กลง และสีอ่อนลง
    ครบคอร์ส ขนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนที่งอกกลับมามักเป็นเส้นเล็กและบาง บางคนอาจทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้งเพื่อคงผล

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเลเซอร์กำจัดขน
1. บริเวณที่รักษา : วงจรและลักษณะของขนแตกต่างกันในแต่ละบริเวณ ขนที่หนาและสีเข้ม เช่น หนวด เครา รักแร้และบิกินี
มักตอบสนองได้ดีกว่าขนบางหรือละเอียดบริเวณใบหน้า

2. สีและความหนาของเส้นขน : เลเซอร์อาศัยเม็ดสี Melanin เป็นเป้าหมาย ขนสีเข้มและเส้นหนาจึง
มักตอบสนองได้ดีกว่าขนเส้นเล็ก สีอ่อน ขาว หรือเทา

3. สีผิว : สีผิวมีผลต่อการเลือกชนิดของเลเซอร์และค่าพลังงาน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพพร้อม
ลดความเสี่ยงต่อความร้อนบริเวณผิวหนังด้านบน

4. ชนิดของเลเซอร์และค่าพลังงาน : ความยาวคลื่น (Wavelength) , fluence, pulse duration, spot size
และระบบ cooling ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา

5. จำนวนครั้งและระยะห่างในการรักษา : จำเป็นต้องทำหลายครั้งตามวงจรของเส้นขน โดยควรพิจารณาระยะห่างตามบริเวณและ
การงอกกลับของขน (hair regrowth) ไม่ควรยึดจำนวนสัปดาห์ตายตัวในทุกคน สำหรับ Diode Laser ประมาณ 800–810 nm
มีงานวิจัยทางคลินิกหลายฉบับที่ใช้ช่วงห่างประมาณ 4–6 สัปดาห์ ในการรักษาขนบริเวณรักแร้

6. พันธุกรรม : พันธุกรรมมีส่วนกำหนดสี ความหนา ความหนาแน่น และรูปแบบการเจริญเติบโตของเส้นขน

7. ฮอร์โมน : ฮอร์โมนมีผลกับขนบริเวณใบหน้า คาง และบริเวณที่ตอบสนองต่อ androgen ผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนผิดปกติหรือมีการกระตุ้นการเจริญของเส้นขนอย่างต่อเนื่องอาจพบการงอกของขนใหม่ได้มากกว่า และอาจต้องได้รับการรักษาหรือ maintenance มากกว่าบุคคลทั่วไป
ตัวอย่างเช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS) ซึ่งอาจสัมพันธ์กับระดับหรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขนบริเวณที่ไวต่อฮอร์โมนมีลักษณะ หนา เข้ม และขึ้นมากกว่าปกติ (Hirsutism)
ผู้ที่มี PCOS ยังสามารถทำเลเซอร์กำจัดขนได้และขนเดิมสามารถตอบสนองต่อการรักษาได้
แต่เนื่องจากยังมีปัจจัยทางฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญของขน จึงอาจ ต้องทำจำนวนครั้งมากขึ้น
มีโอกาสเกิดขนใหม่ในระยะยาว และอาจต้องทำ Maintenance Treatment มากกว่าผู้ที่ไม่มีปัจจัยด้านฮอร์โมน

ทำไมต้องเลือกทำเลเซอร์กำจัดขนที่ Mi-A Clinic?

ที่ Mi-A Clinic เราใช้เครื่อง Elite4D ซึ่งเป็นไดโอดเลเซอร์ 4 ความยาวคลื่น (755, 808, 940 และ 1064 nm)
พร้อมเทคโนโลยี FAC แต่ละความยาวคลื่นลงไปทำงานได้หลายละระดับความลึก จึงครอบคลุมขนได้หลายแบบ
ทั้งขนเส้นเล็ก ขนหนา และผิวหลายสีผิว เครื่องสามารถปรับค่าพลังงานได้ตามสภาพผิวและขนของแต่ละคน
หัวยิงมีระบบทำความเย็นช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ

ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน
– ควรรอให้ขนยาว 1-2 มิลลิเมตรก่อน แล้วโกนขนบริเวณที่จะทำก่อนประมาณ 1 วัน
– งดแว็กซ์ ถอน หรือใช้ครีมกำจัดขน เพื่อคงรากเส้นขนไว้เป็นเป้าหมายของเลเซอร์
– หลีกเลี่ยงแดดจัดและการอาบแดดก่อนทำ
– หากบริเวณที่จะทำมีแผล ผื่น หรือการระคายเคือง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทำ
– มาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตรงกับช่วงการเจริญเติบโตของเส้นขน

หลังทำเลเซอร์กำจัดขน
– ผิวอาจแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย สามารถประคบเย็นได้
– ทามอยส์เจอไรเซอร์หรือเจลเพิ่มความชุ่มชื้น
– งดสกินแคร์เนื้อหนักหรือมีน้ำมัน 2–3 วัน
– หลีกเลี่ยงการขัดหรือสครับผิว และผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคือง เช่น AHA, BHA หรือ Retinol
บริเวณที่ทำประมาณ 3–5 วัน หรือจนกว่าผิวจะกลับเป็นปกติ
– บริเวณรักแร้ งดทาโรลออนและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายอย่างน้อย 1-2 วันหลังเลเซอร์ หรือจนกว่าอาการแดง/ระคายเคืองจะหาย
– หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่นและการเสียดสีบริเวณที่ทำ
– งดซาวน่าและออกกำลังกายหนักประมาณ 24–48 ชั่วโมง
– เลี่ยงแดดจัด หรือทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกครั้งก่อนและการอาบแดด 7–14 วัน พร้อมทาครีมกันแดด
– งดว่ายน้ำในสระ 24 ชั่วโมง และงดว่ายน้ำทะเลประมาณ 3 วัน
– หลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์ขนระหว่างคอร์ส สามารถโกนได้เมื่อจำเป็น

สรุป เลเซอร์กำจัดขนไม่ได้หายในครั้งเดียว เพราะต้องค่อยๆ จัดการขนทีละกลุ่มตามวงจรชีวิต
การทำครบคอร์สและทำตามนัดอย่างสม่ำเสมอคือสิ่งที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีและอยู่ได้นาน *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Xerf คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับ ไม่ต้องผ่าตัด ตอบโจทย์คนกลัวเจ็บ

Xerf คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับ ไม่ต้องผ่าตัด ตอบโจทย์คนกลัวเจ็บอยากยกกระชับแต่กลัวเจ็บ? ลอง XERF (Monopolar RF) นวัตกรรมยกกระชับ ผิวแน่นฟู ตอบโจทย์คนกลัวเจ็บ

เมื่อพูดถึงการยกกระชับผิว หลายคนอาจนึกถึงความเจ็บปวดจากการปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว หรือภาพการพักฟื้นที่ยาวนาน เรียกง่าย ๆ ว่า อาการบวมหลังทำหัตถการ แต่นวัตกรรมความงามยุคใหม่ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วย โปรแกรม XERF หรือเรียกว่า เซิร์ฟ เทคโนโลยียกกระชับผิวรอบทิศทางที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์และฟื้นฟูงานผิว ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องทนเจ็บ

นอกจากนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าความหย่อนคล้อยบนใบหน้าไม่ได้เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มลภาวะ รังสี UV และฝุ่นละอองในชีวิตประจำวัน คือตัวการเงียบที่คอยทำลาย “ตาข่ายพยุงผิว” ใต้ชั้นผิวหนังอยู่ตลอดเวลา เมื่อรังสีและมลภาวะรวมตัวกับกระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติ เซลล์ที่เคยผลิตคอลลาเจนจึงเริ่มทำงานช้าลง ส่งผลให้ชั้นผิวบางลง สูญเสียความยืดหยุ่น และเริ่มคล้อยตกจนเห็นกรอบหน้าไม่ชัดเจน การซ่อมแซมและจัดระเบียบโครงสร้างตาข่ายผิวจากชั้นลึก จึงเป็นหัวใจสำคัญของการคืนความแข็งแรงให้ผิวในยุคนี้

หากคุณกำลังมองหาหัตถการที่ช่วยให้กรอบหน้าชัด ผิวแน่นฟู และเรียบเนียนขึ้น โดยเฉพาะใครที่สนใจในโปรแกรม Xerf บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า โปรแกรม XERF คืออะไร และทำไมการรับบริการที่ Mi-A Clinic ถึงมอบผลลัพธ์ที่แตกต่าง และเหมาะสมกับคุณ

โปรแกรม XERF คืออะไร? ทำงานอย่างไรกับการยกกระชับผิว?
โปรแกรม XERF คือ นวัตกรรมยกพร้อมหดกระชับผิวและสามารถเลือกการตั้งค่าให้เหมาะสำหรับสลายไขมันส่วนเกินได้ด้วยเพราะคลื่นวิทยุสองความถี่สูง Dual-Frequency Monopolar RF รูปแบบพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว Dermis (ผิวชั้นกลาง) และชั้น SMAS ได้อย่างตรงจุดและสม่ำเสมอ

กระบวนการทำงานของโปรแกรม XERF จะช่วยกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และส่งสัญญาณเร่งการสร้างคอลลาเจนรวมถึงอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำโปรแกรม xerf skin tightening treatment จึงไม่ใช่แค่การยกหน้า แต่คือการปรับโครงสร้างผิวจากภายใน เช่น

ยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม เหนียง และกรอบหน้า ให้ดูคมชัดมีมิติ
ฟื้นฟูคุณภาพผิว กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นแน่นฟู
ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องตื้นบริเวณใบหน้าให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ลังเลระหว่างหัตถการแบบฉีด กับโปรแกรม XERF เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นดูแลตัวเองและลังเลว่าจะเลือกหัตถการแบบฉีด หรือใช้เครื่องยกกระชับดี คำตอบคือขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผิวในตอนนั้น โปรแกรม XERF จะเข้ามาตอบโจทย์ในมุมของการ “ปรับรากฐานโครงสร้างผิว” ด้วยการส่งพลังงานความร้อนลงลึกเพื่อปลุกเซลล์ใต้ชั้นผิวให้กลับมาผลิตคอลลาเจน และเส้นใยความยืดหยุ่นด้วยตัวเองอีกครั้ง เอกลักษณ์เฉพาะพลังงานที่สามารถปรับระดับความลึกได้ 3 ระดับ ชั้นตื้น ชั้นกลาง และชั้นลึก อีกทั้งยังไต่ระดับพลังงานได้สูงสุดถึง 10 ระดับ จึงสามารถปรับตามความเหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการ ที่ต้องการให้ผิวทั่วใบหน้าดูแน่น กระชับขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และยังคงความเป็นธรรมชาติของใบหน้าไว้ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อผิวมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการแบบฉีดได้ เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์ทั้งในเรื่องความกระชับ ความแน่นฟู และการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอยให้ดูสมดุลมากยิ่งขึ้นค่ะ

ทำไมต้องเลือกทำโปรแกรม XERF ที่ Mi-A Clinic?
ในเชียงใหม่มีคลินิกความงามมากมายที่ให้บริการเครื่องมือยกกระชับ แต่สิ่งที่ทำให้การทำโปรแกรม Xerf ยกกระชับ ที่ Mi-A Clinic แตกต่างและคุ้มค่ากว่า คือแนวทางการดูแลผิวด้วยการปรับค่าพลังงานเฉพาะบุคคลและการเสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

การดีไซน์ช็อต และวางพลังงานแบบรายบุคคล
โครงสร้างใบหน้าของทุกคนไม่เหมือนกัน ทีมแพทย์ที่ Mi-A Clinic ไม่ได้เพียงแค่ยิงเครื่องตามจำนวนช็อตมาตรฐาน แต่จะประเมินทิศทางการหย่อนคล้อย และชั้นไขมันเฉพาะบุคคล เพื่อวาง Vector การยิงพลังงานให้เข้ากับรูปหน้า ช่วยยกปรับกรอบหน้าได้ตรงจุดโดยไม่ทำให้แก้มตอบหรือตอบโจทย์ผิดตำแหน่ง

การผสานเทคนิคดูแลผิวแบบบูรณาการ
ที่ Mi-A Clinic เรามองการ ยกกระชับ และการดูแลงานผิวเป็นเรื่องเดียวกัน แพทย์จะประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียด เพื่อแนะนำการดูแลควบคู่กับงานผิวอื่น ๆ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานยิ่งขึ้น

ปลอดภัย ความสบายผิว ไม่ต้องพักฟื้น
กระบวนการปล่อยพลังงานของโปรแกรม XERF ที่ Mi-A Clinic มีเทคโนโลยีปล่อยความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอก มีเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนผิว ลดโอกาสไหม้ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บสะสม และสามารถแต่งหน้าหรือกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

โปรแกรม XERF เหมาะกับใครบ้าง?
ผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น แต่ไม่อยากผ่าตัด
ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัด ลดเหนียงและแก้มส่วนเกิน
ผู้ที่ไม่ชอบความเจ็บ และไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น
ผู้ที่มองหาหัตถการยกกระชับผิวในราคาที่คุ้มค่า สมเหตุสมผล
ผู้ที่มีผิวค่อนข้างบางหรือใบหน้ามีไขมันน้อย และต้องการเน้นให้ผิวดูแน่นฟูขึ้น

โปรแกรม Xerf ราคา เท่าไหร่? พร้อมสิทธิพิเศษโปรแกรม Xerf โปรโมชัน ที่ Mi-A Clinic
เรื่องของโปรแกรม xerf ราคา จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและการประเมินปัญหาผิวโดยแพทย์ ซึ่งที่ Mi-A Clinic เราเน้นความจริงใจ ประเมินตามความจำเป็นจริงของคนไข้โดยไม่มีการกดดันขายช็อตเกินจริง

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจทำโปรแกรม XERF สามารถสอบถามรายละเอียดโปรแกรม xerf โปรโมชัน ล่าสุดได้ทางช่องทางติดต่อของคลินิก เพื่อรับการปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะคุณโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณกำลังค้นหาบริการโปรแกรม Xerf เชียงใหม่ ที่ให้มากกว่าแค่การยิงเครื่องยกกระชับ แต่เป็นการวางแผนดูแลโครงสร้างผิวอย่างพิถีพิถัน Mi-A Clinic พร้อมเป็นคำตอบในการคืนความอ่อนเยาว์ มั่นใจ และเผยผิวที่ดูดีที่สุดในแบบที่เป็นคุณ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าได้ที่ Mi-A Clinic เชียงใหม่ วันนี้

Mi-A Clinic

Mi-A Clinic

มีอา คลินิกเวชกรรม เชียงใหม่

I will be back soon

Mi-A Clinic

มีอา คลินิก สวัสดีค่ะ

กรุณาเลือกช่องทางติดต่อที่ท่านสะดวกได้เลยค่ะ เพื่อปรึกษาเรา

ช่องทางติดต่อ
line

Line

whatsapp

Whatsapp

messenger

Messenger

phone

Call Us

chat ปรึกษาเรา